5 ชุดไม้กอล์ฟเหล็กเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีที่สุดแห่งปี 2019

5 ชุดไม้กอล์ฟเหล็กเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีที่สุดแห่งปี 2019

     แน่นอนว่านักกอล์ฟทุกท่านก็ล้วนอยากมีสุดยอดไอเท็มไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นถุงกอล์ฟ หัวไม้ ชุดเหล็ก พัทเตอร์ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า ถุงมือ รองเท้า ต่างๆ ที่เหล่าผู้ผลิตต่างพัฒนาและนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ ซึ่งนอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นแล้ว ยังมีผลทำให้ผู้เล่นเกิดความมั่นใจและส่งผลต่อผลการแข่งขันไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้ทีมงาน PheasantRun จึงได้คัดสรร 5 ชุดเหล็กที่เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ใช้ได้ดีมากๆ ซึ่งได้จัดอันอับโดย GolfDigest ประจำปี 2019

bridgestone tour b jgr hf1

1. Bridgestone Tour B JGR HF1

Review : เป็นชุดเหล็กที่ซ่อนคุณสมบัติและประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมไว้ใต้การออกแบบที่เรียบง่าย ไม่มีความโดดเด่นมากมาย ชุดเหล็กนี้มีชาฟที่ยาวกว่าปกติ พร้อมด้วยหน้าสัมผัสที่แข็งแกร่ง องศาของเหล็ก 7 อยู่ที่ 26 องศา รวมถึงเหล็กอื่นๆด้วย ซึ่งด้านล่างของมันมีพื้นที่มากพอสมควร เป็นที่ยอมรับว่าผู้ใช้ทั่วไปมีความต้องการชุดเหล็กที่มีน้อยกว่า 8 ไม้ ซึ่งชุดนี้ประกอบด้วย 6 ไม้ด้วยกัน ซึ่งมีพิชชิ่งหน้า 38 และ 44 รวมอยู่ด้วย

หน้าสัมผัส : เหล็ก 7 26 องศา, พิชชิ่ง 38 องศา

ราคาตลาด : 850 ดอลล่าห์สหรัฐ (25,500 บาท) ชุด 6 ไม้

ระดับ GolfDigest : GOLD

 

Callaway Big Bertha 2019
Callaway Big Bertha 2019

2. Callaway Big Bertha 2019

Review : Callaway มักจะพูดถึงการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของนักกอล์ฟอยู่เสมอ ชุดเหล็กนี้ก็เช่นเดียวกัน เหล็กชุดนี้มีหน้าสัมผัสที่บางที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความเร็วของลูกกอล์ฟให้มากที่สุดจากหน้าสัมผัส โดยใช้องค์ประกอบที่สำคัญมาผลิตนั่นคือทังเสตนในจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง ซึ่งจะถูกห่อด้วยเทอร์โมพลาสติก และจะแขวนอยู่ในยูเรเนี่ยมที่ผสมกับไมโครเฟียสที่เติมอากาศเพื่อความยืดหยุ่นของใบสัมผัส

หน้าสัมผัส : เหล็ก 7 30 องศา, พิชชิ่ง 43 องศา

ราคาตลาด : 1200 ดอลล่าห์สหรัฐ (36,000 บาท)

ระดับ GolfDigest : GOLD

Cleveland Launcher HB
Cleveland Launcher HB

3. Cleveland Launcher HB

Review : อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ชุดเหล็กนี้มาอยู่ในตำแหน่งนี้ ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้งานจริงของเหล่านักกอล์ฟ ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นชุดเหล็กที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถสร้างผลลัพธ์การตีได้ดี ด้วยหน้าใบที่มีความแข็งแรง องศาที่ดี และหน้าสัมผัสที่กว้าง สิ่งต่างๆเหล่านี้ส่งผลให้ลูกกอล์ฟมีความเร็วและทิศทางที่ดี ทำให้บังคับทิศทางได้ดั่งใจไม่ยากนัก

หน้าสัมผัส : เหล็ก 7 30 องศา, พิชชิ่ง 44 องศา

ราคาตลาด : 800 ดอลล่าห์สหรัฐ (24,000 บาท)

ระดับ GolfDigest : GOLD

Cobra F Max Superlite

4. Cobra F Max Superlite

Review : ชุดเหล็กนี้มีความโดดเด่นในเรื่องน้ำหนักที่เบา ตามชื่อรุ่น SuperLite นั่นเอง ซึ่งน้ำหนักนั้นจะทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมน้ำหนักและทิศทางได้ง่าย เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่มีน้ำหนักตัวน้อย หรือไม่ชอบชุดเหล็กที่น้ำหนักมาก ซึ่งการออกแบบหัวเหล็กแบบพิเศษทำให้นำหนักลดลง ซึ่งใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาช่วย ประกอบกับเพิ่มองศาสัมผัสกับลูกกอล์ฟทำให้เกิดการปะทะที่ยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ

หน้าสัมผัส : เหล็ก 7 31.5 องศา, พิชชิ่ง 45 องศา

ราคาตลาด : 800 ดอลล่าห์สหรัฐ (24,000 บาท) ชุด 7 ไม้

ระดับ GolfDigest : GOLD

PXG 0311 SGIGen2
PXG 0311 SGIGen2

5. PXG 0311 SGIGen2

Review : แบรนด์ PXG มาพร้อมกับการออกแบบโลโก้ที่ดุดัน เป็นชุดเหล็กที่ใครๆต่างต้องการไว้ในครอบครอง ด้วยความเท่ของมันทำให้นักกอล์ฟมีความมั่นใจมากขึ้น เหมาะสำหรับนักกอล์ฟกระเป๋าหนา และต้องการความปลอดภัยในการที่หัวไม้จะลงดิน เนื่องจากมีหน้าสัมผัสที่กว้าง และมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทำให้สามารถขุดลูกกอล์ฟได้อย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการความท้าทายในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปกติ

หน้าสัมผัส : เหล็ก 7 29 องศา, พิชชิ่ง 43 องศา

ราคาตลาด : 3,200 ดอลล่าห์สหรัฐ (96,000 บาท)

ระดับ GolfDigest : GOLD

สนับสนุนบทความโดย สล็อตออนไลน์ by WinSlot88

ใส่ความเห็น

Close Menu